|
|
|
The Bangkok International Motor Show
ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านยานยนต์ก้าวล้ำทันสมัยสูงกว่าแต่ก่อนมาก
ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์, จักรยานยนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
ต่างมีการพัฒนาและนำเอาความล้ำหน้ามาบรรจุลงในตัวสินค้า เริ่มตั้งแต่
รูปทรงทันสมัยสวยงาม ความสะดวกสบายในการใช้งาน สมรรถนะที่ดีเยี่ยม ความประหยัดมีมลพิษน้อย
และความประหยัด โดยสินค้าแต่ละประเภทต้องพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเลือกใช้วัสดุชั้นดี
เพื่อให้ตรงใจหรือเหมาะกับต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด การจะเสนอหรือสื่อให้กับผู้บริโภคได้รับข่าวสารหรือทราบว่าสินค้านั้น
ๆ ดีอย่างไร นอกเหนือจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อวิทยุโทรทัศน์แล้ว งานแสดงสินค้าหรือเทคโนโลยีต่าง
ๆ ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน และงานแสดงอุตสาหกรรมทางด้านรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเมืองไทย
ทั้งจากผู้บริโภคจากบริษัทรถยนต์ รวมถึงต่างประเทศว่าเป็นงานแสดงรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใหญ่และดีที่สุดในเอเซียรองจากงานโตเกียวมอเตอร์โชว์
ประเทศญี่ปุ่น นั่นคืองาน "บางกอก มอเตอร์โชว์" ซึ่งก้าวมาสู่ครั้งที่
23 ในปีนี้ จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยในปีนี้
ค่ายรถยนต์ ค่ายรถจักรยานยนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลากสาขา ต่างให้ความสำคัญกับงานดังกล่าวเป็นอย่างมาก
อาทิ มีการวางแผนนำเอาเทคโนโลยีก้าวล้ำทันสมัยมาบรรจุในงานนี้โดยเฉพาะ
เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้ทราบถึงความก้าวหน้าต่าง ๆ ของเทคโนโลยีด้านยานยนต์ว่าก้าวล้ำไปถึงไหน
พร้อมกับแนะนำรถยนต์กับอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้าสู่ตลาดเมืองไทยอีกด้วย
มอเตอร์โชว์ ครั้งแรก แจ้งเกิด ณ สวนลุมพินี
ประกายความคิดถือกำเนิดเพียง
5 ปี ให้หลังจากการเดินเข้าสู่เส้นทางคนทำหนังสือ "รถยนต์"
ปราจิน เอี่ยมลำเนา ในฐานะเจ้าของนิตยสารกรังด์ปรีซ์ และ บริษัท กรังด์ปรีซ์
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงมีความคิดริเริ่ม "จัดงาน" ที่เกี่ยวเนื่องกับนิตยสารที่ทำอยู่
เมื่อคิดและแยกประเด็นว่าจะทำอะไรได้ พร้อมกับวางแผนจัดเตรียมงานทุกอย่าง
เมื่อลงตัวจึงได้จัดกิจกรรมแรกของตัวเองขึ้น คือ การจัดงานประกวดรถยอดเยี่ยมประจำปีหรือคาร์
ออฟ เดอร์เยียร์ ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเลือกโรงแรมใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดงานและมอบรางวัล
ซึ่งงานดังกล่าวมีการจัดเพียงวันเดียว ต่อมาเมื่อประชาชนที่ทราบข่าวจากสื่อต่าง
ๆ ที่ออกไป จึงเกิดความอยากรู้และต้องการดูอย่างใกล้ชิดว่ารถคันไหนดีอย่างไร
และได้รางวัลเพราะอะไร ทำให้ ปราจิน เอี่ยมลำเนา มีความคิดที่จะจัดงานที่ใหญ่ขึ้นกว่าในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า
จึงได้วางแผนรูปแบบงานและติดต่อประสานงานกับบริษัทรถยนต์ จนทุกอย่างลงตัว
สวนลุมพินีจึงถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดแสดงครั้งแรก และนี่คือที่มาของ
มอเตอร์โชว์ ครั้งแรกของเมืองไทย ที่ถือกำเนิดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2522
ผลปรากฏว่างานดังกล่าวมีประชาชนและผู้สนใจเข้าชมงานเกินความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นเวทีโชว์รถ
หรือกิจกรรมอื่น ๆ ในงาน มีผู้ชมงานสนใจติดตามทุกพื้นการแสดงของงาน
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 2 - 18 ข้ามฝั่งมาที่ สวนอัมพร
ความสำเร็จแรกของ มอเตอร์โชว์
ทำให้ ปราจิน เอี่ยมลำเนา ได้วางแผนและจัดรูปแบบการจัดงานขึ้นมาใหม่
โดยเปลี่ยนชื่องานอย่างเป็นทางการว่า บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
พร้อมกับย้ายสถานที่จัดงานมาอยู่ที่สวนอัมพร ซึ่งมีสถานที่จัดงานกว้างขวางกว่าเดิมสามารถรองรับบริษัทร่วมงานและประชาชนได้มากกว่า
รวมถึงสถานที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่มีพร้อมกว่า
สวนอัมพรจึงเป็นที่จัดงาน มอเตอร์โชว์ เรื่อยมาทุกปี โดยในแต่ละปีมีพัฒนารูปแบบของงานให้ทันสมัยมากขึ้น
และมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้ชมงานได้ติดตาม และเพื่อให้งาน
บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ก้าวสู่ระดับนานาชาติ ทางคณะผู้จัดงานฯ
ได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมงาน มอเตอร์โชว์ ที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับต้น
ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น โตเกียวมอเตอร์โชว์ แฟรงเฟริตมอเตอร์โชว์ ดีทรอยด์มอเตอร์โชว์
เจนีวามอเตอร์โชว์ ฯลฯ ซึ่งการเดินทางไปดูงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของงาน
บางกอก มอเตอร์โชว์ ให้ไปสู่ความเป็นงานแสดงระดับนานาชาติ พร้อมกับแสดงศักยภาพให้ต่างชาติได้เห็นว่า
ประเทศไทยสามารถจัดงานระดับนานาชาติได้ดีไม่แพ้ใคร หลังจากนั้น การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทยได้โตขึ้นอย่างมาก
โดยเฉพาะปี 2539 ยอดจำหน่ายตลาดรถยนต์รวมของประเทศไทยสามารถมีกว่า 5
แสนคัน และรถจักรยานยนต์อีกเป็นล้านคันต่อปี ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์
รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ ในต่างประเทศ ให้ความสนใจประเทศไทยเป็นอย่างมาก
พร้อมกับทยอยย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย สำหรับงาน บางกอกฯ มอเตอร์โชว์
ทางผู้จัดฯ มีการพัฒนารูปแบบการจัดงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ทัดเทียมกับงานมอเตอร์โชว์ใหญ่
ๆ อย่าง โตเกียวหรือแฟรงเฟริตมอเตอร์โชว์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จึงได้จัดหาสถานที่จัดงานใหม่ที่จะสามารถรองรับคอนเซปต์ใหม่ ๆ ของแต่ละบริษัทที่มีโครงการนำเอาบูธจากต่างประเทศเข้ามาแทนรูปแบบเดิม
ซึ่งสวนอัมพรไม่สามารถรองรับได้ทุกอย่าง ทั้งการนำบูธรูปแบบใหม่ใช้ในงาน
และความหนาแน่นของผู้เข้าชมงานที่มีมากกว่า 2 ล้านคน ขณะที่สถานที่จอดรถไม่เพียงพอ
ดังนั้นคณะผู้จัดงานฯ จึงใช้สวนอัมพรจัดงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่
18 เป็นสถานที่จัดงานฯ ครั้งสุดท้าย
บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 19 สู่ความเป็นอินเตอร์เต็มรูปแบบ
หลังจากนั้น งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 19 จึงได้ย้ายมาจัด ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ
หรือไบเทค ตั้งอยู่บนถนนบางนา กม.1 เพื่อสอดรับกับการยกย่องให้เป็นดีทรอยด์ตะวันออก
ที่ไบเทคมีพื้นที่จัดแสดงภายในฮอลล์ใหญ่กว่า 35,500 ตารางเมตร มีสาธารณูปโภคครบถ้วน
ภายนอกอาคารสามารถจอดรถได้ถึง 2,500 คัน ที่จอดรถใต้อาคารอีก 1,500 คัน
รูปแบบการจัดงานกล่าวไม่น้อยหน้ามอเตอร์โชว์ระดับใหญ่ ๆ ของโลก ภายในฮอลล์บูธของรถยนต์ค่ายต่าง
ๆ นำเอาบูธสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศมาประกอบในงานนี้ เช่น เดียวกับฮอลล์จักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ตอบรับความเป็นอินเตอร์ของงานที่ยกระดับขึ้นไปในระดับนานาชาติ
นอกจากรูปแบบของบูธแล้ว บริษัทผู้ร่วมแสดงงานยังได้นำเทคโนโลยีชั้นสูงที่ก้าวล้ำทันสมัยมาแสดงให้ผู้เข้าชมงานได้รับทราบถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างทันยุค
เช่น รถต้นแบบ ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์ไฮเทคโนโลยี จักรยานยนต์ต้นแบบ
อุปกรณ์เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ต เครื่องเสียงติดรถยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่น
ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นผู้จัดงานฯ ยังได้เพิ่มเติมสีสรรของงานด้วยการจัดให้มีกิจกรรมระหว่างงานอีกหลายกิจกรรม
เช่น จัดโชว์รถสปอร์ตคาร์จากชมรม เฟอร์รารี่, พอร์ช รถคลาสสิค โฟล์ค,
มินิ, อัลฟ่า, ฮาย์เล่ ฯลฯ
|