หน้าหลัก
ข่าวสารประชาสัมพันธ์
ประวัติความเป็นมา
ผู้ร่วมออกงานแสดง
กิจกรรมภายในงาน
ติดต่อสอบถาม
แผนที่ผู้ร่วมงานแสดง
Poster Motor Show 2008

รายละเอียดการจัดการแข่งขันรายการ
TRICK & TRACK MOTOR SHOW CHALLENGE 2008
ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 4 เมษายน 2551
ณ ลานกิจกิจกรรมออฟโรด ในงาน 29TH THE BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW ไบเทคบางนา

รูปแบบการแข่งขัน
     การแข่งขันรถยนต์ออฟโรดที่เน้นทักษะในเชิงออฟโรดด้านต่างๆ ในการแก้ปัญหา และการดำรงชีพในป่าร่วมกับรถยนต์ออฟโรด โดยการแข่งขันจะจำลองสถานีต่างๆ ที่มักพบเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ที่พบบ่อยๆ ในการท่องเที่ยวป่าไว้ในสนามแข่งขัน ซึ่งสถานีทดสอบ (STATION) ในแต่ละจุดจะประกอบด้วย

สถานีใช้วินช์มือด้วยไฮลิฟต์แจ็ อุปกรณ์กู้ชีพอเนกประสงค์สำหรับรถยนต์ออฟโรด อาศัยกำลังของคนเป็นต้นกำเนิดแรงในการหมุน นอกจากเป็นแม่แรงใช้ยกรถ ยังนำมาใช้ดึงรถขึ้นจากอุปสรรคต่างๆ เป็นอุปกรณ์กู้ภัยใช้แทนวินช์ขณะรถติดหล่ม หรือขึ้นที่ชันไม่ได้ สำหรับรถที่ไม่ได้มีการติดตั้งวินช์ไฟฟ้า หรือวินช์เพลา การพกพาไฮลิฟต์แจ็คติดไว้กับรถในการออกทริป สามารถพารถของคุณให้ผ่านอุปสรรคไปได้ อีกทั้งในการใช้งานปกติ

วิธีการแข่งขัน

TARGET TIME 3 นาที
นักแข่งกดบันทึกเวลาการแข่งขัน
นักแข่งในทีมจะต้องช่วยกันวินช์รถจำนวน 1 คันในทีม ให้ผ่านตามระยะทางที่กำหนด 3 เมตร
นักแข่งกลับมากดหยุดเวลา หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม

สร้างสะพานซุง ขอนไม้กลางป่า หรือท่อนไม้ขนาดใหญ่ คือวัสดุที่หาได้ตามเส้นทางออฟโรด ในการข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่กันดารในบางครั้ง เมื่อพบเจอเส้นทางที่ขาด ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงไปใช้ทางอื่นได้ การนำขอนไม้มาสร้างเป็นสะพานในขนาดที่พอดีกับตัวรถ ถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาหนึ่งที่ช่วยให้เราไปถึงจุดหมายได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

วิธีการแข่งขัน

TARGET TIME 5 นาที
นักแข่งกดบันทึกเวลาการแข่งขัน
ผู้จัดจะสร้างสะพานไว้ให้ฝั่งหนึ่ง ให้นักแข่งร่วมกันสร้างสะพานในฝั่งที่เหลือ
นำรถแข่งทั้งสองคันขับข้ามสะพาน คันใดตกสะพานให้เริ่มใหม่
นักแข่งกดหยุดเวลา หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน

ใช้คน และ BELT ลากรถ การใช้สายลาก (BELT) ทำการลากรถ ถือเป็นวิธีการช่วยเหลืออีกรูปแบบที่ใช้กันเป็นประจำ ในกรณีที่รถของเพื่นร่วมทริปไม่สามารถที่จะขับต่อไปได้ การลาก คือวิธีการอย่างเดียวในการนำรถอีกคันไปให้ถึงจุดหมาย

วิธีการแข่งขัน

TARGET TIME 3 นาที
นักแข่งกดบันทึกเวลาการแข่งขัน
ใช้รถแข่งเพียงหนึ่งคันในการแข่งขัน
นักแข่งทั้งหมดในทีมช่วยกันลากรถแข่งตามระยะทางที่กำหนดให้ 3 เมตร
นักแข่งกดหยุดเวลา หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน

การถอดเปลี่ยนล้อโดยไม่ใช้แม่แรงยกรถ ด้วยวิธีการอาศัยสภาพภูมิประเทศ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการใช้สภาพภูมิประเทศในแต่ละเส้นทางมากประยุกต์ใช้เป็นเครื่องทุ่นแรง ในการถอด - เปลี่ยนยาง ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ยกรถอย่างแม่แรงมายกล้อให้ลอยจากพื้น การใช้เส้นทางตามธรรมชาติอย่างหลุมสลับ เนินสลับ มาช่วยในการถอดเปลี่ยนล้อย่อมทำได้ เนื่องจากในบางจุดของอุปสรรค การให้ตัวของระบบช่วงล่างจะทำงานจนถึงขีดสุดในการยืด - ยุบ ซึ่งบ่อยครั้งที่เนิน หรือหลุมเหล่านี้จะทำให้ล้อกระดกลอยจากพื้น

วิธีการแข่งขัน

TARGET TIME 5 นาที
นักแข่งกดบันทึกเวลาการแข่งขัน
ใช้รถแข่งเพียง 1 คัน ทำการแข่งขัน
นักแข่งจะต้องบังคับรถให้ขึ้นไปอยู่บนอุปสรรค จนล้อหลังข้างใดข้างหนึ่งที่กำหนดไว้ให้กระดก
ถอดล้อมาวางที่พื้น ก่อนที่จะทำการใส่กลับเข้าที่เดิม และขันนอตล้อให้แน่น
นักแข่งกดหยุดเวลา หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน

กางเต็นทเครื่องมือพักแรมในป่าที่สำคัญอย่างหนึ่ง เปรียบเสมือนบ้านเคลื่อนที่ การกางเต็นท์ที่รวดเร็วทำให้ได้เปรียบในการจัดเตรียมที่พักให้เรียบร้อยก่อนที่ยามค่ำจะมาเยือน

วิธีการแข่งขัน

TARGET TIME 5 นาที
นักแข่งกดบันทึกเวลาการแข่งขัน
นักแข่งทุกคนร่วมกันกางเต็นท์จนเสร็จ
ลื้อ และพับเก็บเต็นท์ พร้อมม้วนเก็บให้เรียบร้อย
นักแข่งกดหยุดเวลา หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน

ประตูสู่ชัยชนะ ด่านสุดท้ายของการแข่งขัน ที่นักแข่งจะต้องลงมางมหาลูกกุญแจในอ่างน้ำที่ทางผู้จัดการแข่งขันเตรียมไว้ให้ โดยในพวงกุญแจนั้นๆ จะมีลูกกุญแจเพียงดอกเดียวเท่านั้นที่จะสามารถไขแม่กุญแจที่ล็อกโซ่ที่ขึงอยู่กลางแทร็กให้เปิดออก เพื่อที่จะนำรถแข่งทั้งสองคันในทีมผ่านเข้าสู่จุด FINISH
TARGET TIME 3 นาที

จากวิธีการแก้ปัญหา และกิจกรรมต่างข้างต้น จึงได้ก่อเกิดขึ้นเป็นเกมการแข่งขันรถยนต์ออฟโรดในเชิงทักษะขึ้น ภายใต้ชื่อ TRICK & TRACK MOTOR SHOW CHALLENGE 2008 การแข่งขันรถยนต์ประเภททีม ที่รวมทั้งความสามารถของการดำรงชีพของคนในป่าเข้าไว้กับการเดินทางร่วมกับรถ

คุณสมบัตินักแข่ง และรถแข่ง

1. รถที่ใช้ทำการแข่งขัน จะต้องเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทุกประเภท จะมีการตกแต่งมากน้อยไม่สำคัญ โดยรถ 1 คัน ในทีมจะต้องมีรถติดวินซ์ รถทั้งสองคันที่เข้าทำการแข่งขันจะต้องช่วยเหลือซึ่งกัน และกันจนจบการแข่งขันได้
2. รถที่เข้าทำการแข่งขันทุกคัน จะต้องได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นการนำรถแข่งมาร่วมในการแข่งขัน ให้นำเอกสารการจดเลขทะเบียนเครื่องยนต์ และแชสซีส์ที่ถูกต้องมายื่น
3. ผู้เข้าร่วมทำการแข่งขัน จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ออกให้โดยกรมขนส่งทางบกตามที่กฎหมายระบุ หรือในกรณีที่นักแข่งอายุไม่ถึงเกณฑ์ ให้มีการเซ็นยืนยันรับรองจากผู้ปกครองว่าให้ร่วมทำการแข่งขันได้ โดยผู้ปกครองต้องเซ็นยืนยัน พร้อมยื่นหลักฐานแสดงความเป็นผู้ปกครองต่อเจ้าหน้าที่รับสมัคร

วัน เวลา ที่ใช้ในการแข่งขัน

1. การแข่งขันทั้งหมด 5 วัน ทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 4 เมษายน 25
2. การแข่งขันรอบคัดเลือก 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม - 3 เมษายน 2551
3. การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทำการแข่งขันในวันที่ 4 เมษายน 2551

รายละเอียด และกติกาการแข่งขัน

1. เป็นการแข่งขันรถยนต์ประเภททีม ทีมละ 2 คัน รวมผู้เข้าแข่งขันจำนวนทั้งสิ้น 4 คน แบ่งออกเป็น DRIVER จำนวน 2 คน (คันละ 1 คน) และ CO-DRIVER จำนวน 2 คน (คันละ 1 คน)
2. การแข่งขันจะมี TARGET TIME หลักกำหนดไว้ให้ 30 นาที นักแข่งคันสุดท้ายของทีมจะเป็นผู้กดเวลาสตาร์ท และจะต้องทำการแข่งขันในแต่ละสถานีให้เสร็จสิ้นจนครบทุกสถานีภายใน TARGET TIME หลักที่กำหนด
3. ในการแข่งขันแต่ละสถานีจะมี TARGET TIME ของแต่ละจุดกำหนดไว้ต่างหาก ซึ่งแต่ละสถานีทดสอบจะมีเวลาไม่เท่ากัน นักแข่งจะต้องทำการแข่งขันให้เสร็จสิ้นในแต่ละสถานีตามเวลาที่กำหนด
4. การคิดคะแนนจะคิดจาก คะแนนรวมทั้งหมดของเกมในแต่ละสถานี ผู้ใดใช้เวลาในการแข่งขันรวมทุกสถานีน้อยที่สุด จะเป็นผู้ชนะในอันดับต่างๆ
5. ในการแข่งขันแต่ละวันจะมี สถานีทดสอบพิเศษเป็น BEST STATION ที่จะใช้ทำการวัด BEST LAP ของนักแข่งในวันนั้นๆ ว่าใครจะทำเวลาได้น้อยที่สุด ซึ่งสถานีทดสอบนั้นจะมีการคิดคะแนนพิเศษเป็น EXTRA BONUS ที่จะมีการแจกของรางวัลจากผู้ให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ
6. การคิดคะแนนสำหรับรถแข่งที่วิ่งกลับเข้าเส้นชัยช้ากว่า TARGET TIME หลักที่กำหนด กรรมการผู้ควบคุมการแข่งขันจะสั่งยุติการแข่งขันของรถแข่งคันนั้นๆ การคิดเวลาจะคิดจากสถานีที่ผ่านมาเท่านั้น สถานีใดที่ยังไม่จบการแข่งขันให้ทำการบวกเวลาในสถานีที่เหลือเต็ม TARGET TIME ที่กำหนดของแต่ละสถานี
7. ในสถานีทดสอบใดที่ทีมแข่งทีมใดทีมหนึ่งไม่สามารถผ่านการแข่งขันในช่วงทดสอบของสถานีนั้นๆ ตามเวลาที่กำหนด ทางกรรมการตัดสินจะแจ้งให้นักแข่งย้ายไปแข่งขันต่อในสถานีทดสอบต่อไป โดยสถานีที่ไม่ผ่านการทดสอบจะให้คิดเวลาการแข่งขันเต็ม TARGET TIME ที่กำหนดไว้ในแต่ละ STATION
8. ในการแข่งขันจะมีรถแข่งแต่ละทีมจำนวน 2 คัน ซึ่งรถแข่งในแต่ละทีมจะต้องตกลงวางแผนกันเองว่า คันใดจะขับเดินหน้า และคันใดจะทำการขับถอยหลัง หรือจะใช้รถแข่งคันใดเล่นเกมอะไรในแต่ละสถานี
9. การแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละวัน จะทำการคัดเลือกให้เหลือผู้เข้ารอบเพียงวันละ 4 ทีมเท่านั้น โดยทั้งหมดที่ผ่านเข้ารอบจะมาชิงชัยเพื่อคัดเลือกหาผู้ชนะเลิศในอันดับต่างๆ ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน
10. การแข่งขันจะเป็นแบบปล่อยคู่ แข่งขันแบบรวมคะแนนใครคะแนนมัน แข่งขันเพียงรอบเดียว ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดเพียง 4 อันดับเท่านั้นในแต่ละวัน ที่จะได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบ
11. การจัดอันดับการออกสตาร์ท ให้ใช้วิธีการจับสลากแบ่งสาย
12. สิทธิพิเศษของนักแข่งที่เข้าร่วมทำการแข่งขันรอบคัดเลือกในวันแรก หากไม่ผ่านการคัดเลือกในวันแรก และทำคะแนนอยู่ในอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน อาจได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำการแข่งขันในรอบตัดเชือก และรอบชิงชนะเลิศในวันสุดท้าย ในกรณีที่ หากในการแข่งขันรอบคัดเลือกอีก 3 วันที่เหลือ มีทีมแข่งเข้ารอบไม่ถึง 4 ทีม หรือนักแข่งทีมใดที่ผ่านเข้ารอบสละสิทธิ์ ผู้ที่ได้อันดับ 5 ในการคัดเลือกวันแรกจะได้รับสิทธิในการผ่านเข้ารอบร่วมกับนักแข่งในวันนั้นๆ
13. การจับคู่ในการแข่งขันรอบคัดเลือก ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ จะใช้การจับสลากในจับคู่ปล่อยสตาร์ท
14. ทีมแข่งทุกทีมที่เข้ารอบแล้วไม่สามารถเปลี่ยนสมาชิกในทีมได้ต้องใช้สมาชิกเดิม
15. กรณีที่คะแนนสะสมมีคะแนนเท่ากัน ให้ใช้การพิจารณาจากเวลาที่ดีที่สุดของการแข่งขันใน SS แรก ทีมใดที่ทำเวลาใน SS แรกดีกว่า จะได้จัดอยู่ในลำดับที่สูงกว่า หากใน SS แรก มีคะแนนที่เท่ากันอีก ให้ใช้ SS ที่ 2 เป็นเกณฑ์ตัดสิน
16. การตัดสินในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ จะใช้เกณฑ์การแข่งขันแบบน็อกเอาท์ คือ แพ้คัดออก
17. ในการแข่งขันแต่ละสถานี หลังกดเวลาหยุดเสร็จสิ้นกิจกรรมในสถานี้นั้นๆ นักแข่งทุกคน ทั้งไดรเวอร์ และโค - ไดรเวอร์ จะต้องกลับขึ้นรถพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง พร้อมให้กรรมการตรวจสอบ ก่อนออกรถจากสถานีนั้นๆ
18. การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ (วันสุดท้ายของการแข่งขัน) การคัดเลือกรถแข่งทั้งหมดจำนวน 32 คัน (16 ทีมในกรณีที่มีรถเข้าทำการแข่งขันรอบคัดเลือกครบทุกวัน) ให้ใช้เกณฑ์การคัดเลือกแบบจับฉลากหาอันดับออกสตาร์ท ปล่อยการแข่งขันเป็นคู่เช่นเดียวกับรอบคัดเลือก แล้วนำเวลารวมของทุกทีมมาจัดเป็นอันดับ ทีมที่มีเวลารวมดีสุด 4 อันดับ จะได้ผ่านเข้าไปชิงชัยรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ (หาผู้ชนะอันดับ 1, 2 และ 3)
19. การแข่งขันรอบชิง วันสุดท้ายของการแข่งขัน นักแข่งทุกทีมที่ผ่านเข้ารอบจะต้องมาลงทะเบียนรายงานตัวกับกรรมการแข่งขันตั้งแต่เวลา 09.30 - 10.00 น. และเริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่เวลา 10.00 - 15.00 น. โดยนักแข่งที่มารายงานตัวช้ากว่า 10.00 น. แต่ไม่เกิน 10.30 น. หากกรรมการตัดสินได้ทำการจับฉลากอันดับคู่ออกสตาร์ทเป็นที่เรียบร้อย และสามารถมาทำการแข่งขันได้ทันคู่ของตน นักแข่งทีมนั้นจะต้องถูกบวกเวลาใน STATION แรก 30 วินาที และหากเลยการแข่งขันในคู่ของตนเองให้ถือเป็นสละสิทธ
20. คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด

ค่าสมัคร

1. ค่าสมัครเข้าร่วมการแข่งขันทีมละ 2,000 บาท
2. ทีมแข่งที่ไม่ผ่านการคัดเลือก และต้องการจะเข้าร่วมทำการแข่งขันใหม่ในวันที่สองของการแข่งขัน จะคิดอัตราค่าสมัครลดเหลือคันละ 1,500 บาท
3. ในการสมัครเข้าร่วมทำการแข่งขันเป็นรอบที่ 3 จะคิดค่าสมัคร 1,500 บาท

รางวัลผู้ชนะอันดับต่างๆ

1. ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
2. ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 2 จะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
3. ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 3 จะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

Copyright © 2008 Grandprix International Co.,Ltd. All Rights Reserved.