|
|
 |
| History |
THE
BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW
ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านยานยนต์ก้าวล้ำทันสมัยสูงกว่าแต่ก่อนมาก
ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์, จักรยานยนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
ต่างมีการพัฒนาและนำเอาความล้ำหน้ามาบรรจุลงในตัวสินค้า
เริ่มตั้งแต่ รูปทรงทันสมัยสวยงาม ความสะดวกสบายในการใช้งาน
สมรรถนะที่ดีเยี่ยม มีมลพิษน้อย และความประหยัด โดยสินค้าแต่
ละประเภทต้องพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเลือกใช้วัสดุชั้นดี เพื่อให้ตรงใจหรือเหมาะกับความต้องการของผู้บริโภค
มากที่สุด
การจะเสนอหรือสื่อให้กับผู้บริโภคได้รับข่าวสารหรือทราบว่าสินค้านั้น
ๆ ดีอย่างไร นอกเหนือจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อวิทยุโทรทัศน์แล้ว
งานแสดงสินค้าหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน
และงานแสดงอุตสาหกรรมทางด้านรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเมืองไทย
ทั้งจากผู้บริโภค จากบริษัทรถยนต์ รวมถึงต่างประเทศว่าเป็นงานแสดงรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใหญ่และดีที่สุดในเอเชียรองจากงานโตเกียวมอเตอร์โชว์
ประเทศญี่ปุ่นนั่นคืองาน "บางกอก มอเตอร์โชว์"
ซึ่งก้าวมาสู่ครั้งที่ 24 ในปีนี้ จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
โดยในปีนี้ ค่ายรถยนต์ ค่ายรถจักรยานยนต์
รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลากสาขา ต่างให้ความสำคัญกับงานดังกล่าวเป็นอย่างมาก
อาทิ มีการวางแผนนำเอาเทคโนโลยีก้าวล้ำทันสมัยมาบรรจุในงานนี้โดยเฉพาะ
เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้ทราบถึงความก้าวหน้าต่าง
ๆ ของเทคโนโลยีด้านยานยนต์ว่าก้าวล้ำไปถึงไหน พร้อมกับแนะนำรถยนต์กับอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้าสู่ตลาดเมืองไทยอีกด้วย
มอเตอร์โชว์ครั้งแรก แจ้งเกิด
ณ สวนลุมพินี
ประกายความคิดถือกำเนิดเพียง
5 ปี ให้หลังจากการเดินเข้าสู่เส้นทางคนทำหนังสือ "รถยนต์"
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ในฐานะเจ้าของนิตยสารกรังด์ปรีซ์
และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงมีความคิดริเริ่ม
"จัดงาน" ที่เกี่ยวเนื่องกับนิตยสารที่ทำอยู่
เมื่อคิดและแยกประเด็นว่าจะทำอะไรได้ พร้อมกับวางแผนจัดเตรียมงานทุกอย่าง
เมื่อลงตัวจึงได้จัดกิจกรรมแรกของตัวเองขึ้น คือ การจัดงานประกวดรถยอดเยี่ยมประจำปีหรือคาร์
ออฟ เดอะเยียร์ ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเลือกโรงแรมใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ
เป็นสถานที่จัดงานและมอบรางวัล ซึ่งงานดังกล่าวมีการจัดเพียงวันเดียว
ต่อมาเมื่อประชาชนที่ทราบข่าวจากสื่อต่าง ๆ ที่ออกไป จึงเกิดความอยากรู้และต้องการดูอย่างใกล้ชิดว่ารถคันไหนดีอย่างไร
และได้รางวัลเพราะอะไร ทำให้ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา มีความคิดที่จะจัดงานที่ใหญ่ขึ้นกว่าในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า
จึงได้วางแผนรูปแบบงานและติดต่อประสานงานกับบริษัทรถยนต์
จนทุกอย่างลงตัว สวนลุมพินีจึงถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดแสดงครั้งแรก
และนี่คือที่มาของ มอเตอร์โชว์
ครั้งแรกของเมืองไทย ที่ถือกำเนิดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2522
ผลปรากฏว่างานดังกล่าวมีประชาชนและผู้สนใจเข้าชมงานเกินความคาดหมาย
ไม่ว่าจะเป็นเวทีโชว์รถ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ในงาน มีผู้ชมงานสนใจติดตามทุกพื้นที่การแสดงของงาน
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 2 - 18 ข้ามฝั่งมาที่
สวนอัมพร
ความสำเร็จแรกของ มอเตอร์โชว์
ทำให้ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ได้วางแผนและจัดรูปแบบการจัดงานขึ้นมาใหม่
โดยเปลี่ยนชื่องานอย่างเป็นทางการว่า บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ พร้อมกับย้ายสถานที่จัดงานมาอยู่ที่สวนอัมพร
ซึ่งมีสถานที่จัดงานกว้างขวางกว่าเดิมสามารถรองรับบริษัทร่วมงานและประชาชนได้มากกว่า
รวมถึงสถานที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่มีพร้อมกว่า
สวนอัมพรจึงเป็นที่จัดงาน มอเตอร์โชว์ เรื่อยมาทุกปี โดยในแต่ละปีมีการพัฒนารูปแบบของงานให้ทันสมัยมากขึ้น
และมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้ชมงานได้ติดตาม
และเพื่อให้งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ ก้าวสู่ระดับนานาชาติ ทางคณะผู้จัดงานฯ ได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมงาน
มอเตอร์โชว์ ที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น
โตเกียวมอเตอร์โชว์ แฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์
เจนีวา มอเตอร์โชว์ ฯลฯ ซึ่งการเดินทางไปดูงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของงาน
บางกอก มอเตอร์โชว์ ให้ไปสู่ความเป็นงานแสดงระดับนานาชาติ
พร้อมกับแสดงศักยภาพให้ต่างชาติได้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถจัดงานระดับนานาชาติได้ดีไม่แพ้ใคร
หลังจากนั้น การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทยได้โตขึ้นอย่างมาก
โดยเฉพาะปี 2539 ยอดจำหน่ายตลาดรถยนต์รวมของประเทศไทยสามารถมีกว่า
5 แสนคัน และรถจักรยานยนต์อีกเป็นล้านคันต่อปี ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์
รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ ในต่างประเทศ ให้ความสนใจประเทศไทยเป็นอย่างมาก
พร้อมกับทยอยย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย
สำหรับงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ ทางผู้จัดฯ
มีการพัฒนารูปแบบการจัดงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ทัดเทียมกับงานมอเตอร์โชว์ใหญ่
ๆ อย่าง โตเกียวหรือแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จึงได้จัดหาสถานที่จัดงานใหม่ที่จะสามารถรองรับคอนเซ็พท์ใหม่
ๆ ของแต่ละบริษัทที่มีโครงการนำเอาบู๊ธจากต่างประเทศเข้ามาแทนรูปแบบเดิม
ซึ่งสวนอัมพรไม่สามารถรองรับได้ทุกอย่าง ทั้งการนำบู๊ธรูปแบบใหม่ใช้ในงาน
และความหนาแน่นของผู้เข้าชมงานที่มีมากกว่า 2 ล้านคน ขณะที่สถานที่จอดรถไม่เพียงพอ
ดังนั้นคณะผู้จัดงานฯ จึงใช้สวนอัมพรจัดงาน บางกอก มอเตอร์โชว์
ครั้งที่ 18 เป็นสถานที่จัดงาน ครั้งสุดท้าย
บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 19
สู่ความเป็นอินเตอร์เต็มรูปแบบ
หลังจากนั้น งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 19 จึงได้ย้ายมาจัด ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ
ฯ หรือไบเทค ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.1 เพื่อสอดรับกับการยกย่องให้เป็นดีทรอยต์ตะวันออก
ที่ไบเทคมีพื้นที่จัดแสดงภายในฮอลล์ใหญ่กว่า 35,500 ตารางเมตร
มีสาธารณูปโภคครบถ้วน ภายนอกอาคารสามารถจอดรถได้ถึง 2,500
คัน ที่จอดรถใต้อาคารอีก 1,500 คัน รูปแบบการจัดงานดังกล่าวไม่น้อยหน้ามอเตอร์โชว์ระดับใหญ่
ๆ ของโลก ภายในฮอลล์ บู๊ธของรถยนต์ค่ายต่าง ๆ นำเอาบู๊ธสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศมาประกอบในงานนี้
เช่นเดียวกับฮอลล์จักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ตอบรับความเป็นอินเตอร์ของงานที่ยกระดับขึ้นไปในระดับนานาชาติ
นอกจากรูปแบบของบู๊ธแล้วบริษัทผู้ร่วมแสดงในงานยังได้นำเทคโนโลยีชั้นสูงที่ก้าวล้ำทันสมัยมาแสดงให้ผู้เข้าชมงานได้รับทราบถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างทันยุค
เช่น รถต้นแบบ ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์ไฮเทคโนโลยี
จักรยานยนต์ต้นแบบ อุปกรณ์เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ต เครื่องเสียงติดรถยนต์
และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นผู้จัดงานฯ
ยังได้เพิ่มเติมสีสันของงานด้วยการจัดให้มีกิจกรรมระหว่างงานอีกหลายกิจกรรม
เช่น จัดโชว์รถสปอร์ตคาร์จากชมรมเฟอร์รารี่, พอร์ช รถคลาสสิค
โฟล์ค มินิ, อัลฟ่า, ฮาร์เล่ย์ ฯลฯ
|
|
|
|