นิยสาร ออฟโรด
เล่ม 143
เดือนมีนาคม  2550
ISSN : 0859-9513
ราคา : 80บาท
 
Offroad Secret เขียนโดย : พงศ์กฤษณ์ ศกุนตะลักษณ์ ภาพโดย : ฝ่ายภาพกรังด์ปรีซ์
 

ชาเคโด

     การเดินทางแห่งความทรงจำทริปหนึ่ง บนเส้นทางออฟโรดของผม เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เป็นการเดินทาง ในช่วงหน้าฝน โดยใช้เส้นทางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ซึ่งใครก็ตามที่เคยเดินทางผ่านทุ่งใหญ่ นเรศวรฯ คงเข้าใจนะครับว่าหฤโหดแค่ไหน จากการใช้เวลาเพียง 1 วัน ท่านก็สามารถขับจากองค์พระขาวที่ทิพุเยทะลุออกสะเน่พ่อง ก็จะกลายเป็น 3 วัน 3 คืน เพราะสภาพเส้นทางที่เต็มไปด้วยทะเลโคลน ยิ่งถ้าเผชิญกับต้นไม้ขนาด 3 คนโอบล้มขวางทาง ก็ยิ่งเสียเวลามาก กว่าจะจัดการนำต้นไม้ที่ขวางทางนั้นออกไปได

     ในครั้งนั้นพวกเรามีจุดประสงค์ เพื่อนำเครื่องกีฬา และอุปกรณ์การเรียน เช่น หนังสือ สมุด ดินสอ ไปมอบให้กับ โรงเรียนผาหินตั้ง ซึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ ถ้าไม่นับฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา

     สภาพเส้นทางที่แห้งกรังในฤดูร้อน กลายเป็นทะเลโคลน ทำให้การเดินทางตั้งแต่วันแรกเข้าหน่วยฯ ทินวย ทิคอง ซ่งไท้ ห้วยดงวี่ เซซาโว จะแก กินเวลาไป 2 วัน 1 คืน กับระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรกว่าจะถึงทิไล่ป้า และแล้วขบวนก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางทาง กั้นรถของ เฮียเส็งŽ ให้อยู่ท้ายขบวนเพียงคันเดียว พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการพักแรมบริเวณห้วยใหญ่ เพื่อขอความช่วยเหลือในวันรุ่งขึ้นจากชาวบ้าน(กะเหรี่ยง) ทิไล่ป้า เพราะขณะนั้นเริ่มมืดแล้ว


     วันรุ่งขึ้นมีชาวบ้านจำนวน 2-3 คน เข้ามาให้ความช่วยเหลือพวกเรา และติดรถเรามาด้วย แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่ทิไล่ป้า แต่มีจุดหมายอยู่ที่อื่น แต่พวกเราก็ยินดีพาไปส่งให้ถึงที่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่แยกออกจากทางหลักที่จะไปยังเหมืองพุจือ ผมประหลาดใจตั้งแต่แรกแล้วว่า กะเหรี่ยงที่ให้ความช่วยเหลือพวกเรา พูดภาษาไทยได้น้อยกว่ากะเหรี่ยงทั่วๆ ไป จนกระทั่งเดินทางถึงที่ พักของพวกเขา ซึ่งดูไม่เหมือนหมู่บ้านสักเท่าไร มารู้ทีหลังว่านั่นคือ ค่ายกองรบของกะเหรี่ยงอิสระ มีทหารกะเหรี่ยง มากกว่าร้อยคน ทุกคนท่าทางเป็นมิตร เชื้อเชิญพวกเราให้เข้าไปพบกับหัวหน้าของพวกเขา ในที่สุดเราก็พักค้างแรมที่ค่ายนั้น อีกหนึ่งคืน

     และที่นั่นเราได้รู้จักกับชายที่ชื่อ"ชาเคโด"
     มร.ชาเคโด เป็นหัวหน้าใหญ่ของที่นั่น ทุกคนที่อยู่ที่ค่ายให้ความเคารพและรู้สึกเกรงอกเกรงใจชาเคโดเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งหัวหน้ากองร้อยหลายๆ คน ที่ดูจะมีอายุมากกว่าชาเคโด

     ชาเคโดชาวกะเหรี่ยงวัย 40 เศษ คนนี้ มีบุคลิกเป็นผู้นำที่แตกต่างจากชาวกะเหรี่ยงคนอื่นๆ สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ผมจึงถามเขาว่าเรียนภาษาอังกฤษจากที่ไหน ซึ่งเขาตอบหน้าตาเฉยว่า OXFORD ประเทศอังกฤษ โดยได้ รับทุนการศึกษาจากประเทศมหาอำนาจ เพื่อจะได้กลับมาปกครองชนกลุ่มน้อยตามแนวตะเข็บชายแดนไทย- พม่า พร้อมกับได้ รับการสนับสนุนทางอาวุธที่ทันสมัยอีกด้วย

     ชาเคโด ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรบให้ฟังว่าพวกเรามีเจตนาเพียงเพื่อรักษาชนเผ่ากะเหรี่ยงของเขาเอาไว้ ตลอดจนปกป้องทรัพยากรป่าไม้ที่อยู่ในเขตของพวกเขาไม่ให้หมดไป ชาเคโดกล่าวว่า เขาทราบว่าพวกเรามาพักค้างคืนที่ทิไล่ป้า ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเครือข่ายของกะเหรี่ยงไม่ใช่เล็กๆ อย่างที่คิดเสียแล้ว สุดท้ายชาเคโดได้แจ้งให้พวกเรา ทราบถึงคลื่นวิทยุที่พวกเราใช้ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเพื่อทักทายกัน

     หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไป ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสเดินทางผ่าน แม่น้ำสุริยะ ก็จะติดต่อกับชาเคโดทุกครั้งผ่านทาง วิทยุสื่อสาร ต่อมาไม่นานก่อนที่ทางราชการก็ปิดเส้นทางไปทิไล่ป้า เหตุเพราะอยู่ในเขตพม่า ผมได้เรียกวิทยุถึง ชาเคโดเหมือนเดิม แต่คราวนี้ได้รับแจ้งให้เดินทางผ่านไปให้เร็วที่สุดโดยไม่บอกสาเหตุ หลังจากนั้นผมก็ได้ข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ด่านสะเน่พ่อง แจ้งว่าค่ายกองรบกะเหรี่ยงอิสระได้ถูกตีแตกไปแล้ว

     จะให้ผมรู้สึกอย่างไรกับ ชาเคโด ในเมื่อผมไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ใด ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อนุญาตให้ผมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ทุกวันนี้ผมยังจดจำเขาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับมิตรภาพที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตามที แต่มันจะฝังอยู่ในความทรงจำและยั่งยืนตลอดไป

     ต่อมาผมได้รู้จักกับหัวหน้ากะเหรี่ยงคนหนึ่ง รวมทั้งหัวหน้าตีมู ซึ่งทั้ง 2 คนผ่านการศึกษาในมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่นกัน สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์ เคยผ่านโลกของความเจริญมาสุดขั้ว แต่กลับ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าเพียงเพื่อปกครองและรักษาให้ชนกลุ่มน้อยของเขาให้คงอยู่ตลอดไป

     เหตุที่ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมากล่าวในฉบับนี้ ก็เพื่อเป็นข้อมูลให้กับพวกเราชาวออฟโรดได้ทราบว่า บางครั้งการ ผูกมิตรเล็กๆ น้อยๆ กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย หรือมีของติดไม้ติดมือไปฝาก ย่อมเป็นสื่อกลางที่จะช่วยสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ

ช่วงหนึ่งของวงสนทนา ผมเคยถามชาเคโดถึงวิถีชีวิตในการดำรงชีพในป่าของพวกเขา พร้อมกับถามพวกเขาว่า อะไรที่อยากได้มากเป็นพิเศษ เผื่อครั้งหน้าเราจะได้นำติดรถมามอบให้ โดยที่ในใจผมนั้นคิดคำตอบเอาเองว่า คงเป็นเสื้อผ้า อาหารแห้ง อะไรทำนองนั้น แต่ชาเคโด กลับตอบอย่างหนักแน่นว่า มีอยู่ 5 อย่างที่พวกเขารวมทั้งชาวป่าอยากได้

     คือ "เชือก ไฟแช็ก ขวดน้ำพลาสติก เกลือ และยา"
     เขาได้อธิบายว่า เชือกนั้น มีประโยชน์มากมาย ใช้ผูกมัดสิ่งของต่างๆ ซึ่งสามารถทำเป็นสายสะพายเพื่อแบก หรือหิ้วได้อย่างสะดวกสบาย ใช้ในการสร้างบ้านโดยไม่ต้องใช้ตะปูตอกเลยแม้แต่ตัวเดียว ถ้าขาดก็ผูกต่อได้ ส่วนไฟแช็ก ก็ใช้ประโยชน์ตรงตัว คือ การจุดไฟ และสามารถพกพาติดตัว ถ้าเปียกน้ำเพียงรอให้แห้งก็สามารถใช้ได้ ไม่เหมือนไม้ขีด ที่เปียกแล้วไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ สำหรับขวดพลาสติก ที่เราเห็นเป็นขยะนั้น มีประโยชน์มาก ใช้ใส่น้ำดื่มแทนกระติก ยิ่งใหญ่ยิ่งดี และเขาได้ขอขวดน้ำที่อยู่ในถุงของเราทุกขวด เพื่อนำไปใช้ ส่วน เกลือ ก็ใช้ถนอมอาหาร เช่น การทำเนื้อเค็มหรือหมักปลา รวมทั้งใช้ละลายน้ำเพื่อล้างแผลได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญใช้ปรุงอาหารให้มีรสชาติขึ้น

     ส่วนเงินแม้ว่าจะมีค่าเมื่ออยู่ในเมือง มันสามารถเนรมิตทุกอย่างได้ แต่เมื่ออยู่ในป่าก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ได้อย่างไร จึงไม่เป็นที่ต้องการของคนที่อาศัยอยู่ในป่า เรื่องอาหารการกินนั้น ไม่ต้องห่วงมีอยู่ทั่วไปในป่า

     ครั้งต่อไปที่เพื่อนๆ ชาวออฟโรดเดินทางเข้าป่า อย่าลืมนำสิ่งของเหล่านี้ติดมือไปฝากชาวบ้านที่อยู่อาศัยในป่าด้วยนะครับ อย่างน้อยก็เป็นการผูกมิตร และสิ่งของแต่ละอย่างก็ไม่ใช่ของแพงมากมายนัก หากท่านนำยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ไข้ต่างๆ ติดไปด้วย พวกเขาจะรู้สึกว่ามีค่ายิ่งกว่าทองเสียอีกครับ...


    ¤ÇÒÁ¤Ô´àËç¹
  
  ¨Ò¡¤Ø³ Çѹ·Õè 21/7/2550 21:37:17

    ¤ÇÒÁ¤Ô´àËç¹
  
  ¨Ò¡¤Ø³ Çѹ·Õè 21/7/2550 21:37:39

ข้อตกลงการแสดงความคิดเห็น1. งดเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก ก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่สังคม หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพ วิดีโอหรือข้อความที่ลบหลู่ดูหมิ่นทุกๆ ศาสนา
3. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความอันส่อไปในทางลามกอนาจาร หรือแสดงความรุนแรง
4. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่พาดพิงให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
5. การแสดงความคิดเห็นทั้งหลายไม่เกี่ยวข้องกับผู้จัดทำเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
6. เว็บมาสเตอร์และทีมงานสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
Email :
ข้อความ: