|
IT'S
BABY HUMMER"H3"
หลังจากพลิกโฉมความแกร่งของรถที่ใช้ในการทหารในชื่อ
HUMVEE ให้กลายมาเป็นรถอเนกประสงค์นามว่า HUMMER ตั้งแต่ปี 1999 ในรุ่น H1
ที่คงรูปทรงความแกร่งในแบบฉบับ HUMVEE แต่ผสมผสานความสะดวกสบาย ลงไปให้มากขึ้น
และไม่นานก็ดันรุ่นที่ 2 อย่าง H2 ออกมา เพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหรา
กับมิติตัวถังที่ยังคงใหญ่ กว้างขวาง และเมื่อได้รับการตอบรับที่ดี GM (GENERAL
MOTOR) ก็ได้รุกตลาดอีกครั้งในช่วงปลายปี 2005 กับน้องใหม่ตัวเล็กสุดในรหัส
H3 ที่เพิ่มความคล่องตัว และคงสมรรถนะไว้ได้ไม่แพ้รุ่นพี่
 |
NEW
CHANGE, NEW IMAGE
ภาพลักษณ์ใหม่ กับการใช้งานในเมือง รูปทรงที่ติดตาของ
HUMMER ที่มีความเหลี่ยมเหมือนกล่องนั้น ได้ถูกเปลี่ยนให้มีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้นใน
HUMMER H3 กระจกด้านหน้าที่ลาดเอียงเล็กน้อย แต่ยังคงเอกลักษณ์กับกระจังหน้า
7 ช่องไว้รับลมระบายความร้อนห้องเครื่อง พร้อมดีไซน์ครีบบนฝากระโปรงให้เหมือนกับรุ่น
H1 ที่ทำมาเพื่อความแกร่งสไตล์ออฟโรด และความสวยงามมากกว่า ขนาดของตัวถังที่ย่อลงมาจาก
H2 ให้มิติที่เล็กลงมากับความยาวตัวถังสั้นลงกว่าเดิมถึง 429 มิลลิเมตร ความสูงลดลง
152 มิลลิเมตร และกว้างน้อยลง 165 มิลลิเมตร ซึ่งเพิ่มความคล่องตัว และทำให้มิติตัวถังไปใกล้เคียงกับ
SUV ระดับหรูอย่าง Jeep Grand Cherokee หรือ Land Rover Discovery
3 ทำให้การขับขี่ HUMMER H3 ภายในเมืองคล่องตัวมากขึ้น
 |
การปีนป่ายในแบบออฟโรดก็ยังคงทำได้ดี ด้วยระยะ Overhang ด้านหน้าและด้านหลังที่ตัดตรง
ความสูงของใต้ท้องรถที่สูงถึง 231 มิลลิเมตร พร้อมล้อขนาด 16 นิ้ว ที่คงลวดลายล้อไว้เหมือน
H2 รัดด้วยยาง All Terrain ขนาด 265/75 R16 ไว้ ให้ปะทะหัวเนินที่มีความสูงไม่เกิน
40 องศา และคร่อมหัวเนินกับระยะ 25 องศา และจากอุปสรรคไปด้วยมุม 37 องศา
อย่างไม่ต้องกลัวว่าจะติดหรือสร้างร่องรอยขีดข่วนไว้ใต้ท้องรถ
สิ่งที่สะดุดตาภายนอกของ H3 คงหนีไม่พ้นกับชุดโปร่งของตัวถังที่ยื่นออกมาห่อหุ้มล้อโตๆไว้อย่างลงตัว
เพิ่มความบึกบึน รับเข้ากับแนวบันไดข้างทรงกลมที่ชุบโครเมียมเงางาม และจบลงกับท้ายทรงเหลี่ยมที่เปิดประตูด้านหลังแบบสวิงด้านข้าง
พร้อมตัวไล่ฝ้าที่กระจก ที่ปัดน้ำฝนและเก็บยางอะไหล่ไว้ด้านหลังในแบบออฟโรด
ที่สำคัญบริเวณกันชนยังติดตั้งขอลากมาให้อีก 1 จุด สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องก้มหรือหมุดใต้ท้องเหมือนรถทั่วๆ
ไป
| Specifications
Data : Hummer H3 |
Dimensions
Exterior
|
| รูปแบบรถ |
4
Door, 5 Passenger Midsize SUV |
| ความยาว
(มม.) |
4,742
(With Rear Mounted Spare) |
| ความกว้าง
(มม.) |
1,896 |
| ความสูง
(มม.) |
1,893 |
| ความยาวช่วงล้อ
(มม.) |
2,842 |
| น้ำหนักรวม
(กิโลกรัม) |
2,132
|
| ระยะต่ำสุดจากพื้น
(มม.) |
231 |
| มุมปะทะ
(Approach Angle) |
40
องศา |
| มุมจากท้ายรถ
(Departure Angle) |
37
องศา |
| มุมคร่อมใต้ท้องรถ
(Break Over Angle) |
25
องศา |
INTERIOR
FOR COMFORTABLE
ความกว้างขวาง ความสบายยังคงเหมือนเดิม
การตกแต่งภายในที่คงความทันสมัยด้วยการดีไซน์เส้นสาย
และสวยงามในแบบ LUXURY SUV ด้วยการ เลือกใช้หนังแท้เป็นส่วนประกอบหลักในการตกแต่ง
ตัดกับโครเมียมบางจุดที่เสริมความหรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าขนาดใหญ่ พร้อมระบบ
Heaters ที่ไม่ค่อยได้ใช้ในเมืองไทยเท่าไร เพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบไฟฟ้าที่ช่วยให้การปรับ
ตำแหน่งเบาะพอดีกับสรีระของแต่ละคน แต่อาจจะขาดความกระชับไปบ้างสำหรับคนไทยที่มีรูปร่างเล็ก
พวงมาลัยและคันเกียร์หุ้มด้วยหนังแท้พร้อมเพิ่มความกระชับในยามขับขี่
 |
ที่นั่งด้านหลัง สามารถพับได้โดยแบ่งสัดส่วน 60/40 เพิ่มเนื้อที่ให้กับห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายจนมีความจุสูงถึง
55.7 cu.-ft. และยังมีซันรูฟขนาดใหญ่ 36.1x 24.6 นิ้ว ซึ่งมีระบบเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
พร้อมระบบป้องกันการหนีบ ความปลอดภัยที่มี Air bags ด้านหน้าและด้านข้างเป็นมาตรฐาน
พร้อมระบบ Passenger Sensing เป็นเทคโนโลยี ที่ใช้น้ำหนักของผู้โดยสารด้านหน้าควบคุมการทำงานของ
Airbags เพื่อจะให้แอร์แบ็กทำงานในแต่ละจุดที่มีน้ำหนักกดลง ผู้โดยสารที่เป็นเด็กเล็กที่น้ำหนักไม่มากนั่งอยู่
Airbags ก็อาจจะไม่ทำงานเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ เด็กบาดเจ็บจากแรงอัดของ
Airbags นอกจากนี้ยังสามารถเช็คลมยางผ่านมอนิเตอร์ภายในรถอีกด้วย
 |
ความบันเทิงที่เพียบพร้อม เล่นได้ทั้งวิทยุ และ CD พร้อมทั้งเป็น
Changer ในตัวถึง 6 แผ่น ส่งมิติเสียง ผ่านลำโพงถึง 7 ตัวรอบคัน นอกจากนี้ยัง
HUMMER H3 ยังติดตั้งฮาร์ดแวร์ของ On Star Telematics ที่ใช้ในการติดต่อ
สื่อสารหรือรับฟังข้อมูลข่าวสาร และเพิ่มความปลอดภัยในยามขับขี่ด้วยระบบแฮนด์ฟรีที่ติดตั้งมาให้กับรถ
Based on the Chevy Colorado
ความปลอดภัยของโครงสร้างสูงสุด
ลักษณะเด่นของ HUMMER H3 ก็คือ"แชสซีส์"
ที่มีการสร้างให้ผสมผสานกันระหว่างความนุ่มนวลและความแข็งแรง โดยนำเอาพื้นฐานของแชสซีส์มาจากกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง
Chevrolet Colorado ซึ่งเป็นรถที่อยู่ในเครือ GM เช่นเดียวกัน ให้การควบคุมในเมืองและออฟโรดได้ดี
โดยแชสซีส์มีการปรับปรุงให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
ประกอบไปด้วย Ladder frame ที่เชื่อมต่อกันทั้งแผง พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแยกอิสระ
(INDEPENDENT) แบบ SLA Torsion Bar และการออกแบบการขับเคลื่อนฮอตช์คิส "Hotchkiss"
พ่วงด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบ Hotchkiss Multi-Leaf หรือแบบแหนบแผ่นซ้อนที่คนไทยคุ้นเคยกัน
 |
สำหรับใต้ท้องรถที่มีการตีการ์ดปิดป้องกันถึง 4 จุด ตั้งแต่ Skid ด้านหน้า,
อ่างน้ำมันหล่อลื่นที่ปิดรวมไปถึงบริเวณ เพลาหน้าไปในตัวด้วย, Transfer Case
และที่ถังน้ำมัน ระบบพวงมาลัยแบบ Rack And Pinion ที่มีอัตราทดอยู่ที่ 17:1
กับรัศมีวงเลี้ยวแค่ 5.55 เมตร นอกจากนี้ยังเสริมระบบป้องกันการชน
ซึ่งมีทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ที่มากับโครงสร้างที่แข็งแกร่ง เปรียบเสมือนเกราะ
สามารถป้องกันผู้โดยสารทั้งการชนด้านข้างและด้านหน้า ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กกล้าเริ่มตั้งแต่เสา
A รวมขึ้นไปถึงบนหลังคายาวไปจรดเสา D และระบบหลีกเลี่ยงก่อนการเกิดอุบัติเหตุด้วยดิสก์เบรกที่พ่วงระบบเบรก
Electro-hydraulic ทั้ง 4 ล้อ, ABS พร้อมด้วย Dynamic Rear Proportioning
ซึ่งดีสำหรับการ ควบคุมการหยุดให้นิ่งสนิทได้อย่างรวดเร็ว
 |
 |
PERFECT
ENGINE & TRANSMISSION
ขุมพลังดี ส่งกำลังเยี่ยม...ผ่านทุกอุปสรรค
HUMMER ยังคงยึดเครื่องยนต์ Vortec เป็นขุมพลังให้กับ
H3 แต่ลดความจุลงมาเหลือเพียง 3,500 ซี.ซี. ในแบบ 5 สูบแถวเรียงที่ร้อนแรงด้วยกำลังม้าถึง
220 ตัว ที่ 5,600 รอบ/นาที (SAE) และสร้างกำลังแรงบิดได้มาก 225 ปอนด์-ฟุต
ที่ 2,800 รอบ/นาที ด้วยการทำงานในแบบ Dual Overhead Cams และ Variable Valve
Timing ซึ่งนับเป็นคุณสมบัติเด่นของ H3 ช่วยให้มีความประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
 |
 |
 |
H3
นับเป็น Hummer รุ่นแรกที่มีเกียร์ให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบธรรมดาและอัตโนมัติ
ซึ่งในรุ่นที่ทำการ ทดสอบนี้เป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ โดดเด่นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
Hydra-Matic 4L60-E ที่ให้การถ่ายทอดกำลังได้ไม่แพ้เกียร์ธรรมดา ทำงานควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อน
4 ล้อแบบมาตรฐาน ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2 สปีด ที่มีอัตราทดปกติที่
2.640:1 และอัตราทดต่ำที่ 4.03:1 สำหรับการข้ามสิ่งกีดขวางที่สูงชันมากๆ
ซึ่งยังแบ่งการทำงาน ทั้งสิ้นถึง 4 โหมด ตั้งแต่ 4 High-Range Open ใช้ในทางไฮเวย์
แรงเร็ว, 4 High-Range Locked เพิ่มแรงบิดให้ส่งไปยังล้อหน้าหรือล้อหลังก็ได้ตามแต่ต้องการ,
4 Low-Range Locked ใช้ผ่านอุปสรรค เช่น ปีนไต่ก้อนหินใหญ่ วิ่งบนทรายลึก
หรือทางลื่นบนหิมะ และ 4 Low-Range Locked ที่บวกด้วยการล็อกเฟืองท้าย ให้ทุกอุปสรรคผ่านได้อย่างไม่มีปัญหา
เพิ่มความมั่นใจสูงสุดกับระบบ Full & function traction Control ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และระบบเบรก
ที่สามารถควบคุมรถได้ แม้กระทั่งเหลือล้อเดียวที่ทำงานได้ เพราะอีก 3 ล้ออยู่บนพื้นผิวที่ลื่นก็ตาม
สมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ค้ำคุณภาพไว้กับชื่อของ
HUMMER
 |
 |
สำหรับการใช้งานของ HUMMER แค่ได้ยินชื่อ หลายท่านคงส่ายหัวกับความใหญ่โต
แต่ความคล่องตัวที่ขาดหาย ไปใน HUMMER รุ่นก่อนๆ คงไม่มีให้เห็นในรุ่น H3
เพราะ HUMMER H3 มีขนาดตัวถังที่ไม่ใหญ่อย่างรุ่นพี่อย่าง H1 และ H2 ที่ต้องขอช่องจอดรถในตึก
2 ช่องเพื่อจอดรถ 1 คัน เพราะความใหญ่ของตัวรถ HUMMER H3 ที่เทียบเท่า Jeep
Grand Cherokee หรือ Land Rover Discovery 3 ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของ HUMMER
ที่ผลิตรุ่น H3 ออกมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในเมืองชดเชยในรุ่น H1 และ H2
เครื่องยนต์ที่พกความจุมาถึง 3.5 ลิตร 5 สูบเรียง ในห้องเครื่องที่เรียบง่ายนั้น
ให้กำลังที่มหาศาลเลยทีเดียว เมื่อดูจากอัตราเร่ง 0-100 km/h ที่ใช้เวลาไปเพียง
11.4 วินาที กับน้ำหนักรถที่มีอยู่กว่า 2 ตัน กับผู้โดยสารอีก 2 คน และสามารถสัมผัสพละกำลังของเครื่องยนต์ได้มากกว่า
90% ตั้งแต่รอบเครื่องแค่ 1,600 รอบต่อนาทีเท่านั้นเอง อัตราสิ้นเปลืองที่ใช้ชีวิตในเมืองระดับ
6.8 km/l อาจจะดูไม่สวยงามเท่าไร แต่คงเอาไปชดเชยกันได้เมื่อต้องไปวิ่งทางไกล
ที่ให้ความประหยัดระดับ 8.54 km/l ที่ความเร็วเฉลี่ย 100-120 km/h การขับขี่ผ่านอุปสรรค
ก็ไม่ใช่ว่าหรูแล้วลุยไม่ได้ เพราะการออกแบบที่ต้องลุยได้ ในสไตล์ HUMMER
นั้น ให้รถวิ่งฝ่าน้ำในระดับความสูงที่ 400 มิลลิเมตร ในความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อย่างสบายๆ ไม่มีอาการ ดีดดิ้นให้เสียว และยังสามารถวิ่งในความเร็ว Walking
Speed หรือความเร็วประมาณไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อระดับความสูงของน้ำมีมากถึง
610 มิลลิเมตร ได้อย่างสบายๆ
| Specifications
Data : |
| Hummer
H3 |
Suspension
|
| ระบบกันสะเทือนหน้า |
แบบอิสระ
SLA ทอร์ชั่นบาร์ |
| ระบบกันสะเทือนหลัง |
แหนบแผ่นซ้อนกันหลายแผ่น |
| ระบบเบรกหน้า
/ หลัง |
ดิสก์เบรก |
| ขนาดล้อ |
7.5J
x 16 |
| ขนาดยาง |
P265/75
R16 All-Terrain |
| ระบบบังคับเลี้ยว |
Power
Assisted Rack And Pinion |
| Specifications
Data : |
| Hummer
H3 |
Engine |
| แบบเครื่องยนต์ |
VORTEC
Inline 5สูบ DOHC 20 วาล์ว |
| ความจุกระบอกสูบ |
3.5
ลิตร |
| กระบอกสูบxระยะชัก
(มม.) |
93.0x102.0 |
| อัตราส่วนกำลังอัด |
10.0:1 |
| กำลังสูงสุด
|
220
PS (164kW)@ 5,600 rpm |
| แรงบิดสูงสุด |
225
lb-f (31.0kb-m)@ 2,800 rpm |
| ระบบส่งกำลัง
|
4
Speed Automatic |
|