| History
of Bangkok International Motor Show
The
Bangkok International Motor Show has grown at an unprecedented
rate since it was first conceived by Dr.Prachin Eamlumnow
in the mid-senvenies. The first show was held in Lumpini
Park in central Bangkok in 1979.
The
success of the first show was so great that the second
required a larger area to fit in all the exhibitors
and visitors. Amphon Gardens was the location of the
show from 1980 up until 1997. The show then needed to
change location again, 1998 saw the showmove to its
present location at BITEC, Bangkok International Trade
and Exhibition Centre.
This
annual event features the latest concept and production
cars and motorcycles. There are also a large number
of activities ranging from rallies to off road competitions,tuning
car contests to car audio shows and a wide variety of
cars on show from local clubs.
ประวัติการจัดงาน
Motorshow ในประเทศไทย
ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านยานยนต์ก้าวล้ำทันสมัยสูงกว่าแต่ก่อนมาก
ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์, จักรยานยนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยว
เนื่อง ต่างมีการพัฒนาและนำเอาความล้ำหน้า มาบรรจุลงในตัวสินค้า
เริ่มตั้งแต่รูปทรงทันสมัยสวยงาม ความสะดวกสบายในการใช้งาน
สมรรถนะที่ดีเยี่ยม มีมลพิษน้อย และความประหยัดโดยสินค้าแต่ละประเภทต้องพัฒนา
ด้วย เทคโนโลยีและเลือกใช้วัสดุชั้นดี เพื่อให้ ตรงใจหรือเหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
การจะเสนอหรือสื่อให้กับผู้บริโภคได้รับข่าวสารหรือทราบว่าสินค้านั้น
ๆ ดีอย่างไร นอกเหนือจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อวิทยุโทรทัศน์แล้ว
งานแสดงสินค้าหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน
และงานแสดงอุตสาหกรรมทางด้านรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับมาก
ที่สุดในเมืองไทย ทั้งจากผู้บริโภค จากบริษัทรถยนต์ รวมถึงต่างประเทศว่าเป็นงาน
แสดงรถยนต์และ จักรยานยนต์ที่ใหญ่และดีที่สุด ในเอเชียรองจากงานโตเกียวมอเตอร์โชว์
ประเทศญี่ปุ่นนั่นคืองาน "บางกอก มอเตอร์โชว์"
ซึ่งก้าวมาสู่ครั้งที่ 30 ในปีนี้ จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
โดยในปีนี้ ค่ายรถยนต์ ค่ายรถจักรยานยนต์
รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลากสาขา ต่างให้ความสำคัญกับงานดังกล่าวเป็นอย่างมาก
อาทิ มีการวางแผนนำเอาเทคโนโลยีก้าวล้ำ ทันสมัยมาบรรจุในงานนี้โดยเฉพาะ
เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้ทราบถึงความ ก้าวหน้าต่าง
ๆ ของเทคโนโลยีด้านยานยนต์ว่าก้าวล้ำไปถึงไหน พร้อมกับแนะนำรถยนต์
กับอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้าสู่ตลาดเมืองไทย อีกด้วย
มอเตอร์โชว์ครั้งแรก
แจ้งเกิด ณ สวนลุมพินี
ประกายความคิดถือกำเนิดเพียง
5 ปี ให้หลังจากการเดินเข้าสู่เส้นทางคนทำหนังสือ "รถยนต์"
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนาในฐานะเจ้าของ นิตยสารกรังด์ปรีซ์
และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงมีความคิดริเริ่ม
"จัดงาน"ที่เกี่ยวเนื่องกับนิตยสาร ที่ทำอยู่
เมื่อคิด และแยกประเด็นว่าจะทำอะไรได้ พร้อมกับวางแผนจัดเตรียมงานทุกอย่าง
เมื่อลงตัวจึง ได้จัดกิจกรรมแรกของตัวเองขึ้น คือ การจัดงาน
ประกวดรถยอดเยี่ยมประจำปีหรือคาร์ ออฟ เดอะเยียร์ ขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยเลือกโรงแรมใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดงานและ มอบรางวัล
ซึ่งงานดังกล่าวมีการจัดเพียงวันเดียว ต่อมาเมื่อประชาชนที่ทราบข่าวจากสื่อต่าง
ๆ ที่ออกไป จึงเกิดความอยากรู้และต้องการดู อย่างใกล้ชิดว่ารถคันไหนดีอย่างไรและ
ได้รางวัลเพราะอะไร ทำให้ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา มีความคิดที่จะจัดงานที่ใหญ่ขึ้นกว่าในระยะ
เวลาที่ยาวนานกว่า จึงได้วางแผนรูปแบบงานและติดต่อประสานงานกับบริษัท
รถยนต์ จนทุกอย่างลงตัว สวนลุมพินีจึงถูกเลือกให้เป็นสถาน
ที่จัดแสดงครั้งแรก
และนี่คือที่มาของ มอเตอร์โชว์
ครั้งแรกของเมืองไทย ที่ถือกำเนิดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2522
ผลปรากฏว่างานดังกล่าวมีประชาชน และผู้สนใจเข้าชมงานเกินความคาดหมาย
ไม่ว่าจะเป็นเวทีโชว์รถ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ในงานมีผู้ชมงานสนใจติดตามทุกพื้น
ที่การแสดง ของงาน
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 2 - 18 ข้ามฝั่งมาที่
สวนอัมพร
ความสำเร็จแรกของ มอเตอร์โชว์ ทำให้ ดร.ปราจิน
เอี่ยมลำเนา ได้วางแผนและจัดรูปแบบการจัดงานขึ้นมาใหม่ โดยเปลี่ยนชื่องานอย่าง
เป็นทางการว่า บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ พร้อมกับย้ายสถานที่จัดงานมาอยู่ที่สวนอัมพร
ซึ่งมีสถานที่จัดงานกว้างขวางกว่า เดิมสามารถรองรับบริษัทร่วมงานและประชาชนได้มากกว่า
รวมถึงสถานที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่มีพร้อม
กว่า สวนอัมพรจึงเป็นที่จัดงาน มอเตอร์โชว์ เรื่อยมาทุกปี
โดยในแต่ละปีมีการพัฒนารูปแบบของงานให้ทันสมัยมากขึ้น และ
มีกิจกรรม หลากหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้ชมงานได้ติดตาม
และเพื่อให้งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ ก้าวสู่ระดับนานาชาติ ทางคณะผู้จัดงานฯได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อ
ชมงาน มอเตอร์โชว์ ที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวมอเตอร์โชว์
แฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ เจนีวา มอเตอร์โชว์
ฯลฯ ซึ่งการเดินทางไปดูงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูป
แบบ ของงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ ให้ไปสู่ความเป็น งานแสดงระดับนานาชาติ
พร้อมกับแสดงศักยภาพให้ต่างชาติได้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถจัดงานระดับนานาชาติได้ดี
ไม่แพ้ใคร
หลังจากนั้น การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทยได้โตขึ้นอย่างมาก
โดยเฉพาะปี 2539 ยอดจำหน่ายตลาดรถยนต์รวม ของประเทศไทยสามารถมีกว่า
5 แสนคัน และรถจักรยานยนต์อีกเป็นล้านคันต่อปี ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์
รวมถึง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ ในต่างประเทศ ให้ความสนใจประเทศไทย
เป็นอย่างมาก ร้อมกับทยอยย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย
หลังจากนั้น การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทยได้โตขึ้นอย่างมาก
โดยเฉพาะปี 2539 ยอดจำหน่ายตลาดรถยนต์ รวม ของประเทศไทยสามารถมีกว่า
5 แสนคัน และรถจักรยานยนต์อีกเป็นล้านคันต่อปี ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์
รวมถึง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ ในต่างประเทศ ให้ความสนใจประเทศไทย
เป็นอย่างมากพร้อมกับทยอยย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย
สำหรับงาน บางกอก มอเตอร์โชว์
ทางผู้จัดฯ มีการพัฒนารูปแบบการจัดงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง
ๆ ให้ทัดเทียมกับงาน มอเตอร์โชว์ใหญ่ ๆ อย่าง โตเกียวหรือ
แฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนตในประเทศที่กำลัง
ขยายตัวอย่าง ต่อเนื่อง จึงได้จัดหาสถานที่จัดงานใหม่ที่จะสามารถรองรับคอนเซ็พท์ใหม่
ๆ ของแต่ละ บริษัทที่มีโครงการนำเอาบู๊ธจากต่างประเทศเข้า
มาแทนรูปแบบเดิม ซึ่งสวนอัมพรไม่สามารถรองรับได้ทุกอย่าง
ทั้งการนำบู๊ธรูปแบบใหม่ใช้ในงาน และความหนาแน่นของผู้เข้าชม
งานที่มีมากกว่า 2 ล้านคน ขณะที่สถานที่จอดรถไม่เพียงพอ
ดังนั้นคณะผู้จัดงานฯ จึงใช้สวนอัมพรจัดงาน บางกอก มอเตอร์โชว์
ครั้งที่ 18 เป็นสถานที่จัดงาน ครั้งสุดท้ายบางกอก มอเตอร์โชว์
ครั้งที่ 19 สู่ความเป็นอินเตอร์เต็มรูปแบบ
 |
หลังจากนั้น
งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 19 จึงได้ย้ายมาจัด
ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ ฯ หรือไบเทค ตั้งอยู่ บนถนนบางนา-ตราด
กม.1 เพื่อสอดรับกับ การยกย่องให้เป็นดีทรอยต์ตะวันออก ที่ไบเทคมีพื้นที่จัดแสดงภายในฮอลล์ใหญ่กว่า
35,500 ตารางเมตร มีสาธารณูปโภคครบถ้วน ภายนอกอาคารสามารถจอดรถได้ถึง
2,500 คัน ที่จอดรถใต้อาคารอีก 1,500 คัน รูปแบบการ จัดงานดังกล่าวไม่น้อยหน้ามอเตอร์โชว์ระดับใหญ่
ๆ ของโลก ภายในฮอลล์ บู๊ธของรถยนต์ค่ายต่าง ๆ นำเอาบู๊ธสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศ
มาประกอบในงานนี้ เช่นเดียวกับฮอลล์จักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ตอบรับความเป็นอินเตอร์ของงาน
ที่ยกระดับขึ้นไปในระดับ นานาชาติ
นอกจากรูปแบบของบู๊ธแล้วบริษัทผู้ร่วมแสดงในงานยังได้นำเทคโนโลยีชั้นสูงที่ก้าวล้ำทันสมัยมาแสดงให้ผู้เข้าชมงานได้รับทราบ
ถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างทันยุค เช่น รถต้นแบบ
ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์ไฮเทคโนโลยี จักรยานยนต์ต้นแบบ
อุปกรณ์เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ต เครื่องเสียงติดรถยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่น
ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นผู้จัดงานฯ ยังได้เพิ่มเติมสีสัน
ของงา ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมระหว่างงานอีกหลายกิจกรรม เช่น
จัดโชว์รถสปอร์ตคาร์จากชมรมเฟอร์รารี่, พอร์ช รถคลาสสิค
โฟล์ค มินิ, อัลฟ่า, ฮาร์เล่ย์ ฯลฯ
|