THE RX-7…JAPAN STYLE BY RE AMEMIYA
ฉบับที่
106 ปรับปรุงข้อมูลวันที่ : 8/8/2548 8:53:13
คอลัมน์
STYLE UP
เรื่อง
ภาพ
-


THE RX-7…JAPAN STYLE BY RE AMEMIYA
เจอกันอีกแล้วนะครับ แต่ละเดือนช่างผ่านพ้นไปเร็วเหลือเกิน รถที่ผ่านเข้ามาในคอลัมน์ก็ต้องรีบหามานำเสนอกันแบบด่วนสุด ๆ พอมาเจอกันเล่มนี้ เราเลยไม่อยากพลาดที่จะนำเสนอ RX-7 แบบ JAPAN STYLE RE AMEMIYA ซึ่งเป็นชุด BODY KIT แท้ ๆ ทั้งคัน ตัวเลขของชุด KIT ที่สั่งมานี้อยู่กันที่เลข 6 หลัก เรามาดูกันดีกว่าว่าเจ้าชุด KIT ของ AE AMEMIYA นี้เป็นยังไงบ้าง

EXTERIOR
หลายท่านที่ติดตามอ่าน XO AUTOSPORT กันอย่างเหนียวแน่น คงจะเคยเห็นบรรดา RX-7 ชุดแต่ง RE AMEMIYA กันมาหลายคันแล้ว ซึ่งแต่ละคันล้วนผ่านการตกแต่งกันแบบสุดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป คลื่นลูกเก่าเลิกรากันไป แต่ก็มีคลื่นลูกใหม่เข้ามาแทน คราวนี้เป็นทีของ “นายเอ๊ะ” ที่ชื่นชอบกับรูปลักษณ์ของเจ้า RX-7 อยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสได้ครอบครองรถรุ่นนี้ เลยจัดการหาแมกกาซีนญี่ปุ่นมาเปิดดูว่าเขามีชุดแต่งอะไรเด็ด ๆ กันบ้าง
เมื่อเปิดแมกกาซีนดูก็ได้พบกับชุดแต่งสุดอลังการของ RE AMEMIYA คราวนี้จะทำยังไงดี จะให้ร้านไฟเบอร์ในไทยสร้างขึ้นมา หรือจะเล่นกับของแท้ดี สรุปแล้วสุดท้าย นายเอ๊ะก็ตัดสินใจคบหากับชุด BODY KIT ของแท้เลยดีกว่า เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็จัดการสั่งของโดยให้พี่อั๋น ATP เป็นผู้สั่งให้ ซึ่งเจ้า RX-7 ชุดแต่ง RE AMEMIYA หลายคันที่เคยลงใน XO ล้วนแต่เป็นการนำเข้ามาโดยพี่อั๋นทั้งสิ้น (ใครอยากได้ของแต่งอะไร ก็ลองโทร.ไปหาพี่อั๋นได้นะครับ)

สำหรับชุด BODY KIT ของ RE AMEMIYA จะเน้นเรื่องแรงกดอากาศ (DOWN FORCE) ช่วยให้รถเกาะถนนในย่านความเร็วสูงได้ดีกว่าเดิม เรียกได้ว่าประสิทธิภาพสมราคา เรามาดูกันดีกว่าครับว่า ชุดแต่งที่ว่านี้มีรายละเอียดอะไรบ้าง
เริ่มที่ด้านหน้าด้วยชุดกันหน้ารุ่น AD FACER-NA 02 พร้อมชุด UNDER SWEEP, ฝากระโปรงหน้า GREEDY 9, กระจกมองข้างแบบย้อนยุคที่ช่วยให้เห็นมุมมองด้านหลังได้ดีกว่าเดิม, ด้านข้างกับชุด SIDE DIFFUSER, DIFFUSER PRO ในด้านท้ายซึ่งมี BOWTECH GENERATOR นอกจากนี้ยังมีชุดสปอยเลอร์หลังรุ่น GT II สิ่งสุดท้ายที่ทำให้เหมือน JAPAN STYLE คงหนีไม่พ้นสติกเกอร์รอบคันเหมือนกับรถต้นแบบในญี่ปุ่น ส่วนเรื่องของสีนั้น ก็จัดการนำมาเทียบสีจากแมกกาซีน เอาแบบว่าขอใกล้เคียงกับของญี่ปุ่นให้มากที่สุด

INTERRIOR
คราวนี้ลองมาดูภายในห้องโดยสารกันบ้างว่าเป็นยังไง เริ่มต้นต้องบอกก่อนเลยว่า RX-7 คันนี้เป็นตัว TOURING X ซึ่งมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกติดตัวมาให้ เช่น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เป็นต้น แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในตัวนี้คงหนีไม่พ้นหลังคาแบบ SUNROOF นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติให้เลือกใช้ด้วย
นอกจากอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีมาให้แล้ว การจัดวาง COCKPIT ห้องโดยสารก็มีส่วนสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะห้องโดยสารของบรรดารถสปอร์ตจะถูกจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ในตำแหน่งที่สะดวกเหมาะสมกับการขับขี่ แต่การออกแบบดังกล่าวที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ก็ไม่วายที่จะถูกวัยรุ่นอย่างเราปรับเปลี่ยนให้สุดกว่าเดิม เริ่มต้นที่เบาะคู่หน้าถูกเปลี่ยนไปใช้แบบ BUCKET SEAT ของ BRIDE รุ่น LOW MIX, หัวเกียร์ทรงสวย จาก RE AMEMIYA, หน้าปัดจัดการเปลี่ยนมาตรวัดความเร็วเป็นของ KNIGHT SPORTS ด้านหลังได้จัดการติดตั้งชุดโรลบาร์แบบ 4 จุด ของ SAFETY 21 เพิ่มเติมเข้าไป
นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเกจ์วัดของ DEFI อีก 6 ตัว ประกอบด้วย วัดบูสต์, วัดอุณหภูมิไอเสีย, วัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น, วัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง, วัดแรงดันน้ำมันเครื่อง และวัดแรงดันเบนซิน

รู้จัก ROTARY ให้มากขึ้น
เครื่องยนต์ที่ติดตัวมากับ RX-7 คงหนีไม่พ้นเครื่องสูบหมุนแบบโรตารี่ ในรหัส 13BT REW หลายคนที่พอจะรู้จักกับเครื่องยนต์ประเภทนี้ น่าจะรู้ว่าการทำงานแตกต่างกับเครื่องแบบลูกสูบพอสมควร อีกทั้งการตกแต่งโมดิฟาย ก็ไม่มีชิ้นส่วนให้เล่นเหมือนเครื่องลูกสูบ ดังนั้น เคล็ดลับในการเพิ่มความแรงของเครื่องโรตารี่จึงต้องตกอยู่ที่การแต่งพอร์ต เพราะการทำงานของเครื่องโรตารี่นี้ ตัวพอร์ตจะทำหน้าที่เสมือนกับระบบวาล์วในเครื่องยนต์ลูกสูบ ซึ่งวาล์วยิ่งใหญ่ อากาศยิ่งไหลผ่านได้มาก
ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วของเครื่องโรตารี่นั้น จะใช้หลักการหมุนของโรเตอร์ผ่านช่องพอร์ตไอดี-ไอเสีย ซึ่งเป็นช่องอยู่ที่เสื้อโรเตอร์เป็นตัวควบคุมการประจุอากาศ คล้ายกับเครื่องยนต์ 2 จังหวะที่ไม่มีวาล์วไอดี-ไอเสีย แต่ใช้การเคลื่อนที่ขึ้น-ลงของลูกสูบเป็นผ่านช่องพอร์ตที่ผนังเสื้อ ดังนั้นในเครื่องยนต์โรตารี่การขยายพอร์ตก็เปรียบได้กับการขยายวาล์วนั่นเอง
เมื่อเป็นเช่นนี้ สูตรในการโมดิฟายเครื่องยนต์โรตารี่ ก็เลยต้องเน้นการแต่งช่องพอร์ต โดยทั่วไปมักนิยมทำกันอยู่ 2 แบบได้แก่ “EXTEND PORT” เป็นวิธีการขยายช่องพอร์ตเดิมให้กว้างขึ้น เพื่ออากาศไหลผ่านได้มากกว่าเดิม แต่การขยายแบบที่ว่านี้ไม่สามารถทำได้มากนัก เพราะจะทำให้ตัว CORNER SEAL ที่ทำหน้าชาที่ยึด APEX SEAL มีโอกาสหลุดได้ ข้อดีของการทำพอร์ตในลักษณะนี้ก็คือ ยังสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ด้วย

ส่วนอีกสูตรหนึ่งที่นิยมทำกันในรถแข่งก็คือ “BRIDGE PORT” ซึ่งเป็นการขยายพอร์ตโดยสร้างรูใหม่ข้าง ๆ พอร์ตเดิม แต่ข้อเสียของสูตรนี้คือ รอบเดินเบาไม่เรียบ (คล้ายกับเครื่องยนต์ที่ใช้แคมชาฟท์องศาสูง)
นอกจากการแต่งช่องพอร์ต 2 แบบที่นิยมกันแล้ว ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นั่นคือตัว APEX SEAL ที่มีความแข็งแรงมากกว่าเดิม เพราะเมื่อไหร่ที่ตัว APEX SEAL เสียหาย มักจะมีชิ้นส่วนที่หลุดออกไปทำให้เทอร์โบได้รับความเสียหาย จุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากบางคันหันไปใช้เทอร์โบที่มีราคาแพง วิธีแก้ไขก็คือจะเปลี่ยนไปใช้ APEX SEAL ของแต่งที่มีความทนทานขึ้น
เครื่องยนต์ไม่เน้นโมดิฟาย

ส่วนเครื่องยนต์ของรถนายเอ๊ะ ยังไม่เน้นการโมดิฟายมากนัก เพราะนายเอ๊ะยังต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย ดังนั้น ส่วนที่ทำการโมดิฟายจึงเน้นภายนอกเครื่อง เริ่มตั้งแต่อินเตอร์คูลเลอร์ที่ทำการเปลี่ยนไปใช้ของ BLITZ จากนั้นก็ทำการติดตั้งโบล์วออฟวาล์ว BLITZ เพิ่มเข้าไป ระบบระบายไอเสียได้จัดการเปลี่ยนไปใช้ของ HKS โดยหม้อพักใบหลังเป็นรุ่น HIPER กรองอากาศถูกเปลี่ยนไปใช้กรองเปลือย BLITZ เพื่อช่วยให้ดูดอากาศได้สะดวกขึ้น สุดท้ายในเรื่องระบบส่งกำลังยังได้ทำการปรับปรุงให้มีสมรรถนะดีกว่าเดิมด้วยการเปลี่ยนไปใช้ชุดคลัตช์แบบ TWIN PLATE

ช่วงล่างได้ปรับปรุงในส่วนหลัก ๆ ให้มีประสิทธิภาพในการเกาะถนนมากกว่าเดิม ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ชุดโช้คอัพแบบสตรัทปรับเกลียวจาก TEIN ส่วนล้อถูกเปลี่ยนไปใช้ ENKEI รุ่น RPF1 ขอบ 18 นิ้ว โดยล้อหน้ามีขนาดกว้าง 9 นิ้วและล้อหลังขนาดกว้าง 10 นิ้ว
ถึงแม้ RX-7 คันนี้จะไม่ได้เน้นความแรงด้วยการเค้นพลังออกมาจากเครื่องโรตารี่เหมือนกับคันอื่น แต่ก็มั่นใจได้ว่า ในเรื่องความหล่อไม่แพ้คันอื่นแน่นอน เพราะนายเอ๊ะเขาเล่นเปิดแมกกาซีนญี่ปุ่น แล้วสั่งมาเหมือนกับรถที่ลงในนิตยสารกันเลย




 
 
 
 
 

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี :
หมายเลขทะเบียนประกอบพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ :

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Copyright 2004 Grandprix International Co.,Ltd. All Rights Reserved.