VOLVO S80 Executive บุคลิกที่เรียบง่ายแต่หรูหรา จากดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน
ฉบับที่
419 ปรับปรุงข้อมูลวันที่ : 4/1/2548 15:23:33
คอลัมน์
Road Impression ประจำเดือน พฤศจิกายน  2004
เรื่อง
ภิญโญ ศิลปศาสตร์ดำรง, กิตติศักดิ์ ด้วงพิมพ์ 
ภาพ
นธี มณฑาถวิล

Executive
บุคลิกที่เรียบง่ายแต่หรูหรา จากดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน


     นิตยสารกรังด์ปรีซ์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำการทดสอบรถวอลโว่อยู่หลายครั้ง ทั้งรถตรวจการณ์รุ่นใหม่ล่าสุดของค่ายอย่าง XC90 ที่เปิดตัวมาพร้อมกับกระแสความนิยมรถ SUV ของตลาดรถยนต์บ้านเรา หรือจะเป็นรุ่นเล็กลงมานิดอย่าง XC70 รถรุ่นพิเศษที่ทำให้ผู้ใช้วอลโว่ได้พบกับรูปแบบใหม่ของการเดินทาง หรือจะเป็นรถสปอร์ตดาวเด่นของค่ายอย่าง C70 ที่ทางกรังด์ปรีซ์ได้นำมาทดสอบกันทั้งรุ่น COUPE และ CONVERTIBLE รวมทั้งซีดานรุ่นยอดนิยมของค่ายอย่าง S60 ที่มีระดับความแรงของเครื่องยนต์ให้หลากหลายระดับตามความต้องการ หากชอบแบบสบาย ๆ S60 ก็มีตัวเล็กที่ใช้เครื่อง 2.0 ลิตร เทอร์โบ เอาไว้ให้เลือก หากชอบแบบที่มันทันใจขึ้นมาหน่อย ก็ยังมีรุ่น 2.3 T ให้เลือกพิจารณาอีกหนึ่งตัว แต่ถ้ายังไม่พอใจในความร้อนแรงของ S60 รุ่นปกติ ทางวอลโว่ก็ยังมีรุ่น T5 ที่ร้อนแรงกว่า ด้วยความแรงระดับ 250 แรงม้าไว้ให้เลือกอีกหนึ่งรุ่น


     ที่นำเรื่องมาทั้งหมดนั้น ท่านผู้อ่านก็อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อน เพราะรถที่เรานำมาทดสอบกันในฉบับนี้เป็นรถวอลโว่ที่นับได้ว่าเป็นต้นแบบของการดีไซน์รถยุคใหม่ของค่ายวอลโว่ พอเขียนถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงจะร้องอ๋อกันขึ้นมาบ้าง เพราะวอลโว่ที่เรากำลังกล่าวถึงคันนี้ก็คือ VOLVO S80 รถที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยน (ดีไซน์) ของค่ายวอลโว่

แต้มนิดเติมหน่อย ช่วยเพิ่มความลงตัวยิ่งขึ้น

     S80 Executive รุ่นที่เรานำมาทำการทดสอบในครั้งนี้เป็นรุ่นปี ค.ศ.2004 ที่นับได้ว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับการไมเนอร์เชนจ์ตกแต่งรายละเอียดให้มีความสวยงามลงตัวมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นโครเมียมเข้าไปในส่วนต่าง ๆ รอบรถมากขึ้น เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับมุมมอง ในส่วนของด้านหน้า S80 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกระจังหน้าใหม่ จากเดิมที่เป็นซี่แนวตั้ง ถูกเปลี่ยนเป็นแบบตารางสี่เหลี่ยมที่ล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียม พร้อมทั้งกันชนหน้าที่เป็นสปอยเลอร์ในตัวแบบสีเดียวกับตัวรถ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลดูสปอร์ตมากขึ้น สำหรับทางด้านหลังได้มีการปรับชุดไฟท้ายใหม่มาใช้ชุดไฟเบรกแบบที่เป็นหลอด LED ที่มีข้อดีในเรื่องของความรวดเร็วในการทำงาน อีกทั้งยังให้ความสวยงามในการใช้งานไปพร้อม ๆ กัน และที่ตัวฝากระโปรงท้ายยังเพิ่มขอบคิ้วโครเมียมเข้าไปอีกนิดที่ด้านบนของกรอบป้ายทะเบียน อีกสิ่งที่เป็นเสมือนจุดแตกต่างระหว่างรุ่นใหม่กับรุ่นแรกก็คือ สัญลักษณ์ S80 ที่ย้ายตำแหน่งจากมุมขวามาเป็นมุมซ้ายในรุ่นไมเนอร์เชนจ์

     ภายในห้องโดยสารของ S80 ยังคงเอกลักษณ์ของวอลโว่เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้าหรือชุดมาตรวัด ก็ล้วนเป็นดีไซน์แบบเรียบ ๆ เน้นการใช้งานที่สะดวก และที่สำคัญ ยังต้องมีความปลอดภัยเป็นหลักตามสไตล์ของรถจากแดนสแกนดิเนเวียน จะมีที่เปลี่ยนไปอยู่นิดก็ตรงชุดมาตรวัดที่มีการตัดขอบวงด้วยแถบโครเมียมที่ให้ความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม เบาะนั่งคู่หน้าที่ได้รับแบบมาเพื่อความปลอดภัยเป็นพิเศษ ด้วยเทคโนโลยีป้องกันการกระแทกจากด้านหลัง WHIPS (Whiplash Protection System) ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณกระดูกต้นคอและหลังในกรณีที่ถูกชนจากทางด้านหลัง ในการขับขี่ S80 สามารถให้ทัศนวิสัยที่ดีจากตำแหน่งของตัวเบาะที่สูง ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองรอบ ๆ ตัวได้ดี แต่หากคนขับมีรูปร่างที่สูงใหญ่แล้วความสูงของเบาะชุดนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาหัวติดหลังคารถได้ (แม้จะปรับเบาะมาต่ำสุดก็ตาม) สำหรับห้องโดยสารทางด้านหลังที่ดูเหมือนจะเป็นหัวใจสำคัญของรถแบบลักชัวรี่ซีดาน เพราะคนที่ใช้รถกลุ่มนี้มักจะเป็นผู้นั่งทางด้านหลังมากกว่าที่จะเป็นคนขับ ซึ่งเมื่อทดลองนั่ง ความกว้างขวางของห้องโดยสารตอนหลัง สามารถให้ความสบายได้อย่างลงตัว แต่จุดที่ทำให้เสียคะแนนในหัวข้อนี้กลับเป็นที่ดีไซน์ของเบาะนั่งที่ดูแล้วค่อนข้างขัดตากับทางด้านหน้าอยู่มาก โดยเฉพาะตัวเบาะนั่งที่ดูราบเรียบแบน ๆ (จนดูหมดราคาไปเยอะ) ถ้าได้เบาะนั่งแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา รับกับสรีระมากกว่านี้คงจะดูดีขึ้นเยอะ


6 สูบแถวเรียงวางขวาง ขับเคลื่อนล้อหน้า

     พื้นที่ภายใต้ฝากระโปรงของ S80 ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากรถซีดานทั่ว ๆ ไป แต่ความรู้สึกนั้นกลับหมดไปในทันทีที่เปิดฝากระโปรงรถขึ้น เพราะด้วยพื้นที่ที่กว้างแบบเหลือ ๆ จนสามารถนำเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงลงไปวางขวางในแบบของรถขับเคลื่อนล้อหน้าเอาไว้ได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งห้องเครื่องยังมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับการเซอร์วิสทั่ว ๆ ไป โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของเครื่องยนต์ยังคงถูกจับวางไว้ทางด้านหน้าเครื่อง (ด้านที่ติดกับหน้ารถ) ซึ่งให้ความสะดวกในการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงนับเป็นความลงตัวของการออกแบบอีกด้านหนึ่งของ S80
เครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่ใน S80 นั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น โดยรุ่นแรกเป็นเครื่องตัวเดียวกับที่อยู่ใน S60 2.3T ที่เป็นเครื่องยนต์ 5 สูบ แถวเรียง DOHC 20 วาล์ว 197 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิด 29.05 กก.-ม. ที่มีมาให้ใช้กันตั้งแต่ 1,980-4,980 รอบ/นาที มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด กับอีกแบบที่จะประจำการอยู่ใน S80 Executive คันที่นำมาทดสอบกันในครั้งนี้ กับเครื่องยนต์ไซส์ใหญ่อย่างเครื่อง 6 สูบ แถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ขนาด 2.9 ลิตร สามารถสร้างแรงม้าสูงสุดได้ถึง 200 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 28.55 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที มาเคียงคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ส่งกำลังตรงลงสู่ล้อคู่หน้า

ความนิ่มนวลและต่อเนื่อง จุดเด่นของ S80

     การตอบสนองของเครื่องยนต์สามารถทำได้ดีพอใช้ ให้การตอบสนองดีอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ช่วงรอบความเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเร่งแซง โหมดเกียร์ธรรมดา +/- (Geartronic) สามารถช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้กับ S80 ที่มีน้ำหนัก 1.58 ตัน (ไม่รวมคนขับและคนนั่งตัวเล็ก ๆ) ได้เยอะ แต่ถ้าหากใช้อัตราเร่งในโหมดอัตโนมัติปกตินั้น ก็คงจะต้องใช้การกดคันเร่งลงไปลึก ๆ (แรง ๆ หน่อย) ในช่วงที่ต้องการกำลัง ซึ่งก็ยังให้ผลการตอบสนองที่ดีพอใช้ เพียงแต่อาจจะช้ากว่าโยกเกียร์เองอยู่เล็กน้อย แต่สิ่งสำคัญที่น่าจะเป็นหัวข้อทำคะแนนในเรื่องของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนั้น เห็นทีจะต้องยกคะแนนให้เรื่องของความนิ่มนวลและต่อเนื่องในจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ที่ให้ความรู้สึกสบายได้ดีทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทาง


     อีกทั้งในการเดินทางไกลนั้น S80 ยังคงให้ความสบายได้ดีในด้านของรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ อย่างช่วงความเร็ว 120 ใช้รอบเครื่องอยู่เพียงแค่ 2,600 รอบ/นาที เมื่อเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกนิดที่ 140 รอบ เครื่องยนต์ก็ขยับมาอยู่ที่ 3,200 รอบ/นาที และถ้าเพลินกดต่อไปอีกนิดที่ 160 รอบ เครื่องก็จะมาอยู่ที่ 3,600 รอบ/นาที ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่กำลังเหมาะนี้ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองของ S80 แบบเฉลี่ยอยู่ที่ 7.37 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่พอรับได้ เมื่อคำนึงถึงขนาดของเครื่องยนต์และขนาดของตัวรถ

     ระบบช่วงล่างแบบอิสระทั้งหน้าและหลัง สามารถให้การทำงานที่นุ่มนวล ซึ่งการขับขี่ภายในเมืองยามที่รถเคลื่อนผ่านรอยต่อของถนน ตัวรถได้รับการส่งถ่ายความรู้สึกมาจากระบบช่วงล่างน้อยมาก ซึ่งความรู้สึกนี้ค่อนข้างจะเป็นเอกลักษณ์ในการเซ็ตช่วงล่างของวอลโว่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นอกจากการทำงานที่นุ่มนวลในช่วงการขับขี่ภายในเมืองแล้ว ในยามที่เดินทางด้วยความเร็วระดับ 140-150 กม./ชม. S80 ก็ยังคงให้ความมั่นใจได้พร้อม ๆ กับความสบาย แต่ถ้าขยับความเร็วขึ้นมาที่ช่วงเกิน 160 นั้น ตัวรถอาจจะมีอาการลอย ๆ อยู่บ้างในช่วงที่ผ่านเนินหรือมีลมปะทะด้านข้างแรง หากถนนที่ขับเป็นถนนที่ค่อนข้างเรียบ (เป็นถนนที่หายากในเมืองไทย) S80 ก็ยังสามารถไล่ความเร็วเดินทางไปแตะระดับ 190 ได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนที่ทางโรงงานแจ้งมาว่าสามารถทำท็อปสปีดได้ถึง 210 นั้น ก็คงจะเป็นตัวเลขที่น่าจะเป็นไปได้ หากมีถนนที่โล่ง ๆ และปลอดภัยพอที่จะทำความเร็วตามนั้น

     หากมองกันที่รูปลักษณ์ ขนาด เครื่องยนต์ ระดับราคา และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแล้ว S80 คงจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริหารที่ต้องการหลีกหนีความจำเจได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนจุดที่ถูกมองข้ามไปในการออกแบบ S80 นั้น ก็คือเรื่องของการออกแบบภายในที่ขาดบางมุมของความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง อันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับรถสไตล์นี้ จากเบาะนั่งที่ไม่ค่อยโดดเด่นในเรื่องของความสบายและรูปลักษณ์ที่ดูโบราณ ซึ่งแตกต่างมากเมื่อเทียบกับความลงตัวของห้องโดยสารด้านหน้าและมุมด้านนอก

  VOLVO S80 Executive
  ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี ประเทศไทย รุ่นปี 2004
  แบบเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว วางขวาง
  ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.) 2,922
  กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.) 83.0 x 90.0
  กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที) 200/6,000
  แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที) 28.55/4,200
  อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
  ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
  ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ปรับตามสไตล์การขับขี่ เกียร์ทรอนิกส์
  ระบบพวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงและระบบปรับความหนืดอัตโนมัติ
  วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 10.9
  ระบบกันสะเทือน หน้า อิสระ แบบแม็คเฟอร์สัน สปริงสตรัท
  ระบบกันสะเทือน หลัง อิสระ แบบมัลติลิงค์
  ระบบเบรก หน้า/หลัง ดิสก์เบรก 4 ล้อ 2 วงจร พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)
  มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.) 1,830 x 4,820 x 1,430
  ฐานล้อยาว (มม.) 2,790
  ความกว้างของล้อหน้า (มม.) 1,582
  ความกว้างของล้อหลัง (มม.) 1,560
  น้ำหนักรถ (กก.) 1,584
  ล้อ อัลลอย ขนาด 7 x 17"
  ยาง ขนาด 225/50 ZR17
  ความเร็วสูงสุด (ตัวเลขโรงงาน) 210 กม./ชม.
  อัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
เฉลี่ย (กม./ลิตร)
7.37
  ราคาจำหน่าย 3,325,000 บาท




 

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี :
หมายเลขทะเบียนประกอบพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ :

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Copyright 2004 Grandprix International Co.,Ltd. All Rights Reserved.